Monday, July 25, 2005

The two trips were great. (Although too much briefing, IMO.) Had Kao Soy in Chiang Mai and got loads of Moo Yor from Ubon. Yum..

Friday, July 22, 2005

Leaving on a Jet Plane

Guess what? Tomorrow I'll be flying to Chiangmai on this business jet. It is part of my airline transition training called Jet Familiarization. And although the fact that it being only a familiarization flight, which I'm supposed to relax and enjoy the trip, I'm a bit nervous cause so far all airplanes I'd flown were those small ones with propellors. Well, it's kind of a big step. And it's been like almost 3 months since the last time I ever touched a plane. I remembered being away from flying for only 2 weeks and I just couldn't do anything right, let alone 3 months.

The training also continues on Sunday, on which I'll fly to Ubon Ratchathani. Must be 2 pleasant (yet-a bit terrifying) days in a row. Want anything from either places? Let me know. ;-)

Thursday, July 21, 2005

Tonight at 9pm on NGC's Megastructures: Kansai International Airport (KIX). See how they built this huge airport on the sea.

Tuesday, July 19, 2005

Tomorrow I've got 4 quizzes coming up. The good part is that this technical course will be over, and of course we're gonna have a party, again. haha

Wish me luck!

Thursday, July 14, 2005

Tomorrow on Discovery at 7pm (Bangkok time), American Shopper special episode: Lance Armstrong bike. Wondering how the bike will look like. "Livestrong" logo must be there for sure.

Wednesday, July 13, 2005

Lynn's got this interesting book called 1,000 Places to See Before You Die by Patricia Schultz. It has some positive reviews, is on New York Times Bestseller list, and is on's Top 100 Best Seller. I'm sure this book will give, if not in detail, enough information on those places. Nice.

I'm pretty sure I've seen this book in a store somewhere in Bangkok so I guess it's not too hard to find.

BTW, this is the newest entry in my Wish List.

Monday, July 11, 2005


Today I had a big dinner after having gone to the gym. It was at Fuji. I didn't know what had got into me. (Oh in case you don't know, for the past few weeks I've been trying to skip dinner in an effort to lose some weight.) It's just I was so hungry, and I thought I'd just have a dish there while preparing for the quiz the next day. It's obviously a mistake since I stepped my foot into it.

I won't do that again...

Sunday, July 10, 2005

The Blow Out

NGC this morning has an interesting episode of Air Crash Investigation, Blow Out. A British Airways plane had its left cockpit windshield blown out while climbing at a very high altitude--I'm not sure how many feet, maybe 25000 feet. Rapid decompression occurred. The captain was sucked out of that window, well half of his body, somehow his legs got stuck with a control wheel. Having thought he'd died, male flight attendants had to hold his legs so the body wouldn't be blown away, which could damage the wing or the engine if he hit it. The 2nd officer was able to control the plane and landed it safely. What surprised everyone, including me, was the captain. After having been out there for more than 10 minutes, in very low oxygen, very low temperature atmosphere, and at aircraft speed more than 200 knots, he miraculously survived!

NGC recently has become one of my favourite channels, apart from the Discovery, History Channel, and Cartoon Network.

Went to Chatuchak weekend market. Lots of people. Got a few nice t-shirts. :-)

Saturday, July 09, 2005


Last night Boat held a BBQ party on the 8th floor, on rooftop of his apartment (his family owns it) which is located on Ladprao 113. I was invited, along with a few friends in this pilot class, and also friends from his previous work years as an air steward at TG.

After having got through Bangkok's Friday traffic, which is in my opinion the worst day of the week, luckily it's not near the payday, I finally got there. I was among the first ones to arrive. The place was already prepared so I started to put something on the grill right away. Everything was great. I love the ribs, they were sooo delicious! I was told it's Boat's grandma's recipe--gotta ask for it later. There were also loads of drinks; from beer, wine, to whisky, plus a bottle of Malibu coconut for girls. I had quite a lot. hehe It's been a while since the last time I was drunk.

I wish I could be there all night, but I could only make it till almost 3am because I had to give Luktan and Nat a ride. And my mother just started to worry where I'd been for the whole night. So I left, but my guess is the party went on till dawn..

Wednesday, July 06, 2005

Had dinner at Vertigo, at Banyan Tree Bangkok. Though it's been a long time since the last time I went there, everything seemed as beautiful and perfect as it was before. Posted by Picasa

Monday, July 04, 2005

Non blogged about Khun Pim. A sad true story. It takes a little more than just love to make a relationship last.

>> continue reading this post..


บ่ยอมอยู่ ณ.ที่ขัง"

(มัทนพาธา ~ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6)
ประกอบวิชาสุนทรียศาสตร์ โดยรับบท มัทนพาธา เพราะเพื่อนทั้งห้อง ไม่มีใครจำได้หรอก คำฉงคำฉันท์ แต่เธอจำได้ เล่นไป พูดฉันท์ ไป ร้องไห้ไป เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกจริงๆจังๆๆว่า เพื่อนใหม่คนนี้จะต้องมีอะไรในใจอยู่ลึกๆ และเธอคงเป็นดาราได้

แล้วก็จริง...เธอเหมือนเพลงประจำตัวของเธอ (พวกเราชอบหาเพลงประจำตัวให้เพื่อนๆ เอาไว้เม้าธ์กันเล่นๆ)
เพลง เหงา ซาร่า มาลากุล - เราเรียกพิมว่า ซาร่า เลว

จึงนำบางส่วนในทั้งหมดของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ได้รู้จักรัก และจบลงด้วยความรัก
ขออุทิศให้แก่พิม ได้พบความสงบณ.สัมปรายภพเทอญ

นางสาวพิรศลัย (พิม) สุวรรณภักดี
ชาตะ 24 กันยายน 2523
มรณะ 24 มิถุนายน 2548

ศศ.บ.(การท่องเที่ยว) เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
วันที่อนุมัติจบการศึกษาจากสภามหาวิทยาลัย 16 เม.ย.2548

จากคณาจารย์ พี่ น้อง ผองเพื่อน
ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม และภาควิชาอื่นๆ
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร


การอยู่ด้วยกัน..มันไม่ใช่แค่รัก รู้มั้ย
มันต้องเข้าใจ เข้าใจกัน
รักน่ะรัก รักนะ แต่มันไม่ได้น่ะ

ฉันร้องไห้หามัน มันบอกว่าร้องทำไม เป็นโรคจิตเหรอ
ฉันเหงาจัง ตอนรอมันกลับบ้าน ทำไมมันเหมือนตอนที่ฉันรอพ่อกลับบ้านเลยนะ
ทนไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย"

"เพิ่งจะได้รู้ ที่แท้เราก็เพียงรักกัน แต่ความรักเท่านั้น ไม่พอ และไม่ง่ายดาย
ก็เพิ่งจะรู้ว่ารักที่ไม่เคยเข้าใจ จะอย่างไรรักนั้นก็คงจบในไม่นาน
และอาจจะต้องเสียใจ ไม่อาจจะไปด้วยกัน
เพราะเธอและฉันที่ไม่มีคำว่า เหมือนเดิม
(เพลงแอม เสาวลักษณ์-อยู่ในบันทึก)"

"เหงาจัง จะโทรก็ไม่กล้า...กลัวเหมือนดาวหลงฟ้า ที่นางเอกโทร.ๆๆๆๆๆๆๆๆๆทั้งวัน
แต่โชคดี ที่พระเอกมันคุยแฮะ ไม่ยักกะบอกว่า
ไม่ต้องโทรบ่อยหรอก ก็เดิมๆนะแหละ เดี๋ยวตอนเย็นก็เจอกันนะ
แต่อยากโทร.นี่ อยากโทร"

"ที่ทำงานโคตรเหงาเลย อยู่หน้าห้องเอ็มดีคนเดียว
กินข้าวก็ใส่กล่องมากินคนเดียว คิดถึงอีนก อีบี อีจอยจัง เมาธ์แตกใต้คณะ
เหงาจัง เหงาจัง"

"ถึงเพื่อนที่วิเศษที่สุด เท่าที่โลกโหดร้ายมอบให้

"22 มิถุนายน 2548
อีบี อีจอย อีนก อี...เพื่อนรักทุกคน

...ฉันขอโทษที่คืนนี้ ฉันเพื่อนแกจะเดินทางไกลโดยไม่ต้องเลี้ยงส่ง
ฉันกลัวเหมือนกันนะแก กลัวจริงๆ
แต่นึกถึงเวลาที่เหงาแม้กระทั่งจะรายรอบไปด้วยคน คน คน แต่ก็เหงา

และแล้ววันนี้...ฉันก็ทำอีก ขอโทษที่ผิดสัญญาแต่ครั้งนี้สุดท้ายแล้วจริงๆนะ
แกรู้มั้ย บางทีที่ต้องนั่งรออยู่ที่บ้านคนเดียว ได้ยินเสียงรถก็ใจเต้น ตึกตักๆ วิ่งมาหน้าบ้าน
แต่พอไม่ใช่มัน ใจเหี่ยวเลย
โทรหา...มันก็บอกเดี๋ยวกลับ เดี๋ยวกลับ เสียงเพลงดังเลย
ไม่เหมือนเดิม ฉันรู้ว่ามันเครียดเรื่องบริษัท เรื่องฉัน มันคงคิดว่าเลือกผิดคนแล้วมั้ง
มันบอกว่า ถ้าอยู่กับมันแล้วไม่แฮปปี้ จะคิดใหม่ก้ได้นะ
เล่นง่ายนะ เหี้ยเอ๊ย

มันเป็นคนแรก และคนเดียวเท่านั้นนะแกนะ แกรู้นี่นา ฉันมีมันเป็นคนแรก และเป็นคนสุดท้ายในชีวิต ไม่เอาอีกแล้วนะ พอแล้วนะแกนะ

ไปดูหนังเรื่องเฉิ่มมาล่ะ ดูคนเดียวด้วยล่ะ หนังโคตรดีเลย
ตอนจบฉันร้องไห้ลั่นโรงเลย คนหาตัวกันชิบหายเลย
ฉันอยากมีความรักดีๆ สะอาดๆเหมือนในหนังบ้างนะ
เบาะข้างๆว่างเปล่า อยู่ไหนนะ ไม่กล้าโทรหา

แต่พอแล้วล่ะมั้ง เกมส์โอเวอร์

ทุกอย่างของฉันให้ยกกลับไปที่บ้านป้าเตียบ เผาเลยก้อได้
พวกทอง เครื่องประดับให้แม่ไว้แต่เมื่อวาน จดหมายถึงแม่อยู้ข้างใต้กำมะหยี่แดงก้นกล่อง
ถ้าไม่ถือ...อะไรๆในกล่องยกให้พวกแกนะ เอาไปเหอะ
เป็นที่ระลึก ระทึกตามใจแก

ช่วยใส่ชุดไทยสีครีมวัน"รดน้ำ"แต่งงานให้ด้วย ตอน"รดน้ำ"ศพ ฉันวางในกล่องใต้เตียง ก้มหาใต้เตียงก้อเห็น รียูสนะเนี่ย

ลาแล้วนะ ลาแล้ว ฉันเหงา บอกบุ๊งด้วย
วาสนาหมดกันเพียงแค่นี้ มีคนอื่นได้เลย จบแล้ว
อโหสิให้ทุกคนนะ ทุกเรื่อง



โทรศัพท์ครั้งสุดท้ายกับเรา 20 มิ.ย.
"พิม - แก...ฉันฝากแกดูแลแม่ด้วยนะ
เรา - ทำไมแกจะไปไหนยะ
พิม - เปล่า...แต่แวะมาบ้างนะ เลยมาหาฉันด้วยนะ เหงาจังแก
เรา - ผัวล่ะ
พิม - มันบอกโทรหาน้อยๆหน่อย ทำงานไม่มีสมาธิ
(เงียบ) แก...คิดถึงพวกแกจัง
เรา - เฮ่ย เป็นไรป่ะเนี่ย บุ๊งมันรักแกจะตาย แต่มันเอาใจไม่เก่งนี่หว่า

พิม - บางทีคุยๆ ทะเลาะๆกัน แล้วฉันร้องไห้ มันบอกปวดหัวไมเกรน อย่าทำเครียดมากกว่าเดิม


เรา - ไว้วันเสาร์ดิ อีบี อีจอยด้วยเอาป่ะล่ะ กลับจากออกทริปพอดีเลย นอนแดกเหล้าให้เยี่ยวราดเลย อาทิตย์ไปสวนกัน
พิม - ดีๆๆๆๆๆๆ อยากเจอๆๆๆๆๆ"

...23 มิ.ย. 48
บุ๊งโกรธเรื่องที่พิมโทรหากว่า 50 มิสคอลล์ เพราะกลับบ้านผิดเวลา ด้วยว่าออกไปดูสวนของลูกค้าแถวพระราม 3 พอรับสายก็ร้องไห้ โฮๆๆ ให้กลับบ้านซักที กลัวๆๆ จนครั้งสุดท้าย 23.20น.อยู่บนทางด่วน รับครั้งสุดท้ายบอกว่า จะถึงแล้ว ไม่ต้องโทร.แล้ว เดี๋ยวรถคว่ำ พิมเงียบไป ร้องไห้กระซิกๆ

24.00 น.เรากำลังอ่านหนังสือจะนอนแล้ว อีบีเพื่อนที่เตรียมฯ ของพิมโทร.มาบอกว่า พิมเข้าโรงพยาบาลให้แวะรับอีนก ที่ปากทางกม. 7 ด้วย ส่วนบีกับจอย อยู่กับบุ๊งที่โรงพยาบาลแล้ว พิมเข้าโรงพยาบาลด้วย "อาการเดิม"

24 มิ.ย. 2548
02.00น. เสียชีวิตอย่างสงบ ห้องไอซียู เสียเลือดจากการกรีดข้อมือ และกินยานอนหลับเกินขนาด หัวใจอ่อนแรง และเสียชีวิตในที่สุด

"...หนูโง่นะแม่ ที่รักไม่เป็น หนูรักแม่ หนูรักแม่ แต่หนูทนไม่ได้แล้ว ไม่ไหว หนูปวดหัว หนูต้องเป็นบ้าแน่เลยแม่ ถ้าบุ๊งมีคนอื่นจริงๆ หนูจากเป็นไม่เอาน่ะแม่ จากตายดีกว่า"

"...อโหสิให้ด้วย ไม่ใช่ความผิดของบุ๊ง ไม่ใช่ความผิดของบุ๊ง บุ๊งเป็นคนดีที่สุดในใจพิมรักบุ๊งนะ รักที่สุด ไม่รักจะแต่งงานด้วยเหรอ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะพิม พิมผิด พิมน่ารำคาญ ไม่มีพิมแล้ว ไม่ต้องรำคาญ ไม่ต้องปวดหัวแล้วนะ
ลืมพิมไปเลย ไม่มีพิม ไม่มีพิม บุ๊งไม่เคยรู้จักพิมเลย ลืม ลืม ลืม
รักใครก้อรักได้เลย ไม่มีพิม ไม่มีพิม บอกตัวเองไว้นะ ไม่มีพิม

ไม่มีพิมทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคตของบุ๊ง"

"การกระทำครั้งนี้ ข้าพเจ้า นางสาวพิรศลัย สุวรรณภักดี กระทำลงไปทั้งที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการ และด้วยความสมัครใจของข้าพเจ้าไม่มีผู้ใดบังคับให้กระทำและกระทำด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง
นางสาวพิรศรัย สุวรรณภักดี"

เสียชีวิตขณะอายุ 24 ปี กับ 9เดือนเต็มพอดี (เกิดวันที่ 24 เสียวันที่ 24)

ถ้าพวกเราเฉลียวใจซักนิด ว่า ทีพิมบ่นว่า เหงา ๆๆๆๆๆๆ อยู่เสมอนั้น

บุ้งร้องไห้เสียใจ กอดแขน หอมแก้ม หอมมือพิมตลออดตอนรดน้ำศพ พอจะบรรจุโลง บุ๊งร้องไห้ ไม่ยอมให้บรรจุโลง กอดร่างพิมไว้แน่น นานกว่าสองชั่วโมง
หลวงลุง พระผู้ใหญ่ในวัด ขอบินฑบาตรให้พิม ได้บรรจุโลงตามประเพณี
ในวันเผา บุ๊งบวชหน้าไฟ มีกำหนด 1 เดือน
ทุกคนนรู้ว่าบุ๊งรักพิม แต่ทุกคนก็เสียใจที่บุ๊งไม่รู้จัก ดูแลรักษาคนที่รักบุ๊งที่สุดในโลก
ทุกอย่างสายไปแล้ว ไม่มีพิมอีกต่อไป ช้าเกินไป
"...ครั้งแรกที่เห็นพิมประทับใจมาก ที่โรงเรียนใครๆก้อพูดถึงว่าน่ารัก สวย พอรู้จักก้อเริ่มรัก รัก พิมไม่รู้หรอก ว่าเพื่อนคนนี้รัก รัก รัก รักพิม รักที่สุด"

"...บุ๊งผิดเองที่ตอนนั้นไม่ดูแลพิม บุ๊งทำงานเหนื่อย-เครียด เวลาพิมโทรมาก็ดีใจนะ แต่บางทีโมโหถ้ามันเกินพอดี แล้วพพิมก็ร้องไห้ กลับค่ำหน่อย ดึกหน่อยก็งอน ก็ร้องไห้ ง้อกันทุกคืน บางทีก็โมโห บุ๊งผิดเอง บุ๊งเพิ่งรู้ว่า บุ๊งได้เสียคนที่รักบุ๊งที่สุด อย่างไม่มีทางกลับมา บุ๊งรักพิม ไม่เคยลืมพิม"
(จากหนังสืองานฌาปนกิจศพ นางสาวพิรศรัย สุวรรณภักดี 28 มิถุนายน 2548)

ขอบคุณแทนพิม ที่พิมได้เพื่อนดีๆหลายคน เราเองเมื่ออ่านรีพลายของเพื่อนๆพิมที่นี่ ทุกคนน่ารัก และสดใส พิมคงมีความสุขมาก
ทุกคนรีบๆทำอะไรๆไว้นะคะ ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป เหมือนที่เกิดขึ้นกับพิม

"เวลากูรักใคร...กูรักด้วยหัวใจ กูไม่เคยต้องคิด ว่าจะต้องทำอะไร ยังงัย กูมีหัวใจไว้รัก ถ้ามึงรักใคร แต่มึงดันใช้สมองเหมือนเล่นเกมส์นินเทนโด มึงไม่ได้รักหรอก นั่นมันเกมส์ชัดๆ"

(วาทะพิม~เวลาเย็นย่ำโพล้เพล้ ใต้ตึกคณะสังคมศาสตร์ โต๊ะกบฏท่องเที่ยว ธันวาคม 2546- กูประทับใจสุดๆเลยมึง)


Sunday, July 03, 2005

UBC just finished broadcasting of Live 8 concert live from London. It's to support the effort to make poverty history. There will be concerts during the next few days, more information on the Live8 link.

Breitling B-2. Great-looking, but unfortunately the size is too big for my wrist. :-( Posted by Picasa

One of my favourite model, Breitling Crosswind Racing. It should come with black dial. Posted by Picasa

Update: more information from (thanks harryeffendi):

it is using caliber 13. it was discontinued last year( all crosswind model
has been discontinued). diameter 42.70mm, thickness= 15.30mm, weight 107.70gr.
it has 25 jewel and vibrates 28,800vph.

Saturday, July 02, 2005

Last night there was Jesse's birthday party at Phra Nakon, Ratchadumnoen area. It'd been some time since my last visit, and it wasn't that crowded at all. The place is 1-unit commercial building transformed to a bar from ground floor to the roof deck. Each floor has different moods, for example, 1st floor features live local band playing hits, on 2nd and above are chill-out, art gallery, etc.

The most crowded is of course on the roof deck, where this great view of Bangkok and beautiful Phu Kao Thong (Golden Mountain) can be seen. It's open-air, and as you can guess, is one of the best place to chill-out during winter. With smooth jazz and chill-out music, this is a perfect place to hang out. Reservation should be made in advance, however.